ข้อมูลก่อนเดินทางไปสิงคโปร

ประเทศสิงคโปร์

ฤดูกาลของประเทศสิงคโปร์

        ประเทศสิงคโปร์มี 2 ฤดูจะมีแค่ 2 ฤดู ก็คือ ฤดูร้อน และฤดูฝนครับ เป็นเพราะว่าประเทศสิงคโปร์นั้นมีพื้นที่ติดชายฝั่งทะเล จึงทำให้ได้รับผลกระทบจากทะเลนั่นเอง เพราะฉะนั้นแล้วการไปเที่ยวสิงคโปร์ ก็ควรที่จะพกร่มคันเล็กๆ ติดตัวไปด้วย เพราะว่าใน 1 วันยังไงก็ต้องใช้ครับ ไม่เจอแดด ก็เจอฝนแน่นอนครับ เรื่องอากาศร้อน จะร้อนน้อยกว่าบ้านเราครับ เพราะว่ามีลมจากทะเลมาช่วย เลยทำให้อากาศไม่ร้อนจนเกินไป

ฤดูร้อน : จะอยู่ในช่วงเดือน กุมภาพันธ์ ไปจนถึง เดือนตุลาคม

ฤดูฝน : จะอยู่ในช่วงเดือน พฤศจิกายน ไปจนถึงเดือนมกราคม

ก่อนออกจากบ้าน โปรดตรวจสอบให้แน่ใจว่าท่านไม่ลืมสิ่งของสำคัญใด ๆ โดยเฉพาะ

  •  หนังสือเดินทาง
  • ยาประจำตัว
  • กระเป๋าสตางค์
  • กล้องถ่ายรูป
  •  โทรศัพท์มือถือ

เสื้อผ้าการแต่งกาย :

          สิงคโปร์เป็นประเทศในเขตร้อนชื้น อากาศใกล้เคียงกับกรุงเทพฯ มาก สามารถแต่งตัวได้ตามสบายเหมือนอยู่บ้านเรา วัยรุ่นส่วนมากจะใส่เสื้อยืด กางเกงขาสั้น หรือ กางเกงยีนส์ สำรับผู้หญิงอาจจะใส่เป็นชุดแซก กระโปรง กางเกงขาสั้น หรือสายเดี่ยวก็ได้ตามสะดวก

เวลา :สิงคโปร์ใช้ Time zone GMT +8 เวลาจะเร็วกว่าประเทศไทย 1 ชั่วโมง

ภาษา : ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาทางการ ป้ายบอกทาง รถไฟฟ้า สถานที่ต่างๆ จะใช้ภาษาอังกฤษ จีนเป็นหลัก และอาจจะมีภาษาฮินดีปนอยู่ในย่านที่มีคนแขกอยู่เยอะ คนสิงคโปร์ส่วนใหญ่จะพูดได้ 2 ภาษาได้แก่ภาษาอังกฤษ และ จีนกลาง (Mandarin) บางคนที่ติดต่อค้าขายก็สามารถพูดภาษามาเลย์ได้อีกด้วย สำเนียงภาษาอังกฤษของคนสิงคโปร์จะมีเอกลักษณ์ไม่มีเหมือนใครเป็นภาษาอังกฤษที่มีสำเนียงคล้ายภาษาจีน บางคนก็เรียกสำเนียงนี้ว่า Singlish (Singapore + English)

 

 

 

เงินตรา : สกุลเงินของสิงคโปร์ แบ่งเป็น ดอลลาร์สิงคโปร์ (หรือ เหรียญสิงคโปร์ ตัวย่อSGD) และ เซ็นต์ สำหรับธนบัตรสิงคโปร์ทั่วไปในตลาด มี ตั้งแต่ใบละ 2, 5, 10, 50, 100, 1,000, 10,000 อัตราแลกเปลี่ยนจะอยู่ที่ประมาณ 23-25 บาท ต่อ 1 ดอลล่าร์สิงคโปร์

 

 

 

เครดิต การ์ด    สามารถใช้ได้ตามโรงแรม, ห้างสรรพสินค้าในเมืองใหญ่, ร้านค้า และร้านอาหารใหญ่ๆ

 

ระบบไฟฟ้า :สิงคโปร์ใช้กระแสไฟฟ้า 220-240 โวลต์ เหมือนกับประเทศไทย แต่รูปแบบของปลั๊กจะไม่เหมือนเมืองไทย คือจะเป็นแบบเต้่าเสียบ 3 ขา (ของไทยจะใช้สองขา) ดังนั้นจึงต้องใช้ตัวแปลง (จาก 2 ขาเป็น 3 ขา) โดยปกติโรงแรมส่วนใหญ่จะมีปลั๊กสำหรับแปลงไว้ให้บริการ (ค่ามัดจำประมาณ 1 เหรียญสิงคโปร์ ได้เงินคืนเมื่อคืนของ) 

 

การใช้โทรศัพท์  :หากโทรศัพท์จากไทยไปสิงคโปร์ ต้องกดรหัสผู้ให้่บริการ 001 หรือ 008 หรือ009 ตามด้วยรหัสประเทศ 65 แล้วตามด้วยหมายเลขที่ต้องการโทร 8 หลัก แต่หากโทรภายในประเทศสิงคโปร์ สามารถกดเบอร์โทรได้เลย โดยอัตราค่าโทรจะเป็น 0.10 SGD ต่อ 3 นาที

 

น้ำดื่ม :สามารถดื่มจากก๊อกได้เลย แต่คนไทยมักจะไม่คุ้นเคย นิยมซื้อน้ำดื่มขวดมากกว่า น้ำดื่มขวดขนาดเล็ก 500-600 ml ที่บ้านเราขาย 7 บาท ที่สิงคโปร์ราคาประมาณ 1-2 SGD ถ้าอยากประหยัดให้ซื้อน้ำขวด 1.5 ลิตรแล้วมาแบ่งบรรจุลงในขวดเล็กแล้วพกติดตัว

 

 

กฎหมาย

กระเป๋าเดินทาง :

          กำหนด ทางสายการบินจะเรียกเก็บค่าน้ำหนักที่เกิน ท่านสามารถนำสัมภาระถือขึ้นเครื่องได้ท่านละ 1 ชิ้น และมีน้ำหนักไม่เกิน 7 กิโลกรัม (ภาพด้านล่างเป็นขนาดกระเป๋าสำหรับถือขึ้นเครื่องบิน)

 

สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ :

   เมอร์ไลออน (The Merlion)

   สิงคโปร์ ฟลายเออร์ (Singapore Flyer)

   เกาะเซนโตซ่า (Sentosa Island)

   ไนท์ซาฟารี (Night Safari)

   สวนนกจูร่ง (Jurong BirdPark)

   สวนพฤกษศาตร์สิงคโปร์ (Singapore Botanic Gardens)

   โรงละคร เอสพลานาด (Esplanade - Theatres on the bay)

   ถนนออชาร์ด (Orchard Road)

   ลิตเติ้ล อินเดีย (Little India)

   ไชน่าทาวน์ (Chinatown)

   ฯลฯ 

สินค้าน่าซื้อในประเทศสิงคโปร์ :

          เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็คทรอนิกส์, อุปกรณ์ไอที, เครื่องสำอาง, น้ำหอม,เสื้อผ้า, กระเป๋า, สินค้าแบรนด์เนม, ช็อคโกแลต, ขนม, ผลไม้ เป็นต้น

การให้ทิป :

          ไม่ใช่ธรรมเนียมปฏิบัติของโรงแรมและร้านอาหารส่วนใหญ่ในสิงคโปร์ เนื่องจากสถานที่เหล่านี้ได้เก็บค่าบริการไปแล้ว 10% ในบิลของลูกค้า

การเดินทาง :

        มีรถไฟฟ้าครอบคลุมเส้นทางเกือบทั้งประเทศ แบ่งเป็นรถไฟฟ้า MRT 5 สาย ได้แก่ North South Line, the East West Line, the Circle Line ให้บริการโดยSMRT Trains (SMRT Corporation) และ North East Line, Downtown Line ให้บริการโดย SBS Transit นอกจากนี้ยังมี LRT, รถประจำทาง (BuLB’s) และรถ Taxiนักท่องเที่ยวสามารถเดินทางด้วยรถไฟฟ้า รถประจำทางในสิงคโปร์ได้อย่างสะดวก ปลอดภัย และราคาไม่แพง

เวลาข้ามถนน :

          จะข้ามถนนก็ต่อเมื่อมีไฟเขียวสำหรับเดินข้าม หรือใช้ทางเดินใต้ดินทะลุไปยังฝั่งตรงข้าม ห้ามข้ามถนนในขณะที่ไฟเดินข้ามเป็นสีแดงเพราะอาจจะถูกรถเฉี่ยวชนได้

ข้อควรปฏิบัติ :

        ควรตรวจเช็คพาสปอร์ต ,กระเป๋าเงิน และสิ่งของมีค่าของท่านทุกครั้งก่อนออกเดินทาง

* กรุณาอย่านำอุปกรณ์ตัดเล็บใส่ในกระเป๋าถือขึ้นเครื่องเพราะจะถูกริบทิ้งรวมถึงของเหลว สเปรย์ ของแหลม ของมีคมทุกชนิด หากท่านต้องการนำติดตัวไปด้วยควรแพ็คใส่ไว้ในกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ *

มาตรการจำกัดปริมาณของเหลว เจล และสเปรย์ – ขึ้นเครื่องบิน :

        มาตรการจำกัดปริมาณของเหลว เจล และสเปรย์– ขึ้นเครื่องบิน ของเหลว เจล และ สเปรย์ทุกชนิด ต้องบรรจุในภาชนะที่มีขนาดความจุไม่เกิน 100มิลลิลิตร สำหรับภาชนะที่เกิน 100 มิลลิลิตร แม้จะบรรจุของเหลว เจล และสเปรย์เพียงเล็กน้อยก็ไม่สามารถนำขึ้นเครื่องได้ ภาชนะทั้งหมดต้องใส่รวมไว้ในถุงพลาสติกใส ซึ่งเปิด–ปิดผนึกได้ โดยถุงพลาสติกใสต้องมีขนาดไม่เกิน 1 ลิตร ผู้โดยสารสามารถนำถุงพลาสติกใสขึ้นในห้องโดยสารได้เพียงคนละ 1ถุงเท่านั้น และต้องแยกออกจากสัมภาระติดตัวอื่นๆ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ เมื่อถึงจุดตรวจค้น
     ของเหลว เจล และสเปรย์ ที่ซื้อจากร้านค้าปลอดอากร (Duty free shops) ที่สนามบินหรือบนเครื่องบิน ต้องบรรจุในถุงพลาสติกใสปิดผนึกปากถุง ไม่มีร่องรอยการเปิดปากถุง และมีหลักฐานแสดงได้ว่าซื้อ ณ วันที่เดินทางและควรตรวจสอบข้อมูลจากร้านค้าปลอดอากรก่อนซื้อสินค้า

ผู้โดยสารกรุณาเตรียมสัมภาระก่อนเดินทางออกจากสนามบินทั้งไทยและสิงคโปร์

  1. นำสัมภาระที่เป็นของเหลวใส่ในกระเป๋าใบใหญ่เพื่อ Load ขึ้นเครื่อง
  2. ของเหลวที่อนุญาตให้ถือขึ้นเครื่อง ได้แก่ ยา, นมสำหรับเด็กทารถ, ครีม หรืออื่นๆที่จำเป็นระหว่างการเดินทาง( ต้องบรรจุถุงพลาสติก เตรียมไว้ให้เจ้าหน้าที่ตรวจ )
  3. กรุณาถอดเสือคลุมและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทุกชนิด ใส่ถาดเพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบความปลอดภัยก่อนขึ้นเครื่อง

 ** หมายเหตุ กรณีที่จำเป็นต้องนำของเหลวถือขึ้นเครื่อง**

   กรุณานำของเหลวบรรจุใส่ถุงพลาสติกใสสามรถเปิดปิดถุงได้ ขนาด20 x 20 เซนติเมตร เพื่อความสะดวกในการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่

   ของเหลวแต่ละชนิดมีขนาดไม่เกิน 100 มิลลิลิตร หรือ น้อยกว่า ( น้ำหนักรวมไม่เกิน 1 ลิตร )

   ถุงพลาสติกใสที่บรรจุของเหลวสามารถถือขึ้นเครื่องได้ 1 ท่าน ต่อ 1ใบเท่านั้น

ข้อแนะนำ      :                  

  1. ไม่ควรรับฝากสิ่งของไปยุโรปเด็ดขาดหรือตรวจสอบให้แน่ใจก่อนว่าไม่เป็นสิ่งของที่ผิดกฎหมาย
  2. ขณะที่ท่านอยู่ที่บริเวณด่านตรวจคนเข้าเมือง - ด่านศุลกากรและหรือ ตามพรมแดน กรุณางดถ่ายภาพเพราะเป็นข้อห้ามตามกฎหมาย
  3. เมื่อท่านออกเดินทางไปกับคณะแล้ว หากท่านงดการใช้บริการรายการใดรายการหนึ่ง หรือไม่เดินทางพร้อมคณะถือว่าท่านสละสิทธิ์ ไม่อาจเรียกร้องค่าบริการ และเงินมัดจำคืน ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น

การนำของเหลวติดตัวขึ้นเครื่องบิน  ของเหลว เจลและสเปรย์ ทุกชนิด ต้องบรรจุในหลอดหรือขวดที่มีขนาดความจุไม่เกิน 100 มิลลิลิตร สำหรับหลอดหรือขวดที่ขนาดเกิน 100 มิลลิลิตร แม้จะมีของเหลวเพียงเล็กน้อยก็ไม่สามารถนำขึ้นเครื่องได้ หลอดหรือขวดทั้งหมดต้องใส่รวมไว้ในถุงพลาสติกใสซึ่งเปิด - ปิดผนึกได้ ของเหลวที่ได้รับการยกเว้น สามารถขึ้นเครื่องได้มากกว่า 100 มิลลิลิตร ได้แก่ นม และอาหารสำหรับเด็กทารก รวมถึงยาที่มีเอกสารกำกับชัดเจน , สุรา,เครื่องสำอางค์ และน้ำหอม ที่ซื้อจากร้านค้าปลอดภาษี (Duty Free Shops) ที่สนามบิน ควรตรวจสอบข้อมูลจากร้านค้าให้แน่ใจก่อนซื้อสินค้า เพราะอาจจะมีปัญหาเวลาถือขึ้นเครื่อง

ทางบริษัทไม่ได้รวมค่าบริการยกกระเป๋าขึ้น-ลงในโรงแรม ซึ่งท่านจะต้องดูแลกระเป๋าและทรัพย์สินด้วยตัวท่านเอง

หมายเหตุสำคัญ !!!

  1. ห้ามนำของเหลวทุกชนิดที่เกิน 100 มิลลิเมตร ถือขึ้นเครื่อง ให้ Load ใส่การะเป๋าเดินทางใบใหญ่เท่านั้น
  2. POWER BANK หรือ ที่ชาร์ตแบตสำรอง ห้าม!!! โหลดใส่ในกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ ให้ถือขึ้นเครื่องเท่านั้น
  3. ความจุแบตฯห้ามเกิน20,000 mAh หรือน้อยกว่า นำขึ้นเครื่องได้โดยไม่มีการระบุจำนวน
  4. ความจุ 20,000-32,000 mAh นำขึ้นเครื่องได้ไม่เกิน 2 ก้อน
  5. ความจุมากว่า 30,000 mAh ไม่สามารถนำขึ้นเครื่องไ

 

 

Visitors: 256,616